เข้าชม 146 ครั้ง


ปรับปรุงครั้งที่ / (วันที่ 25 ก.ย. 66 )


นำมาใช้งาน พ.ศ. 2566


การใช้งาน 1300 ครั้ง/เดือน


ครอบคลุมใช้ในกระบวนการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด


ผู้พัฒนา : ร.อ.หญิงอัญชลี ชอบธรรม
เบอร์โทร : 0629287145
อีเมล์ : An_beautiful@msn.com


2T Safety in ER

Safety, ER, Triage, Identification

คุณสมบัติ


     2T Safety in ER ประกอบด้วยใช้ระบบ Patient Tracking Identification และ Triage AI  โดยใช้ IoT เช่น RFID และ Application ในการระบุตัวผู้ป่วย  รวมถึงช่วยในการคัดแยกผู้ป่วย  โดยใช้กับผู้ป่วยทุกราย ที่มารับบริการที่ห้องฉุกเฉิน รพ.ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช  ระบบสามารถ

    1. การระบุตัวผู้ป่วยได้อย่างถูกต้องโดยใช้ RFID Tracking Identification เป็น wrist band มี Application NAH 2T safety เพื่อดูรูป และข้อมูลผู้ป่วย  ระบุตัวผู้ป่วยก่อนทำหัตถการทุกครั้ง      

    2.การTriage AI ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนสามารถคัดแยกได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ  

  1. มี Auto Fast Track Alert
  2. มี ระบบ ESI Time Countdown จับเวลาการเริ่มดูแลรักษาผู้ป่วยแต่ละประเภท หลังจากได้รับการคัดแยก       
  3. ทราบ Realtime Location Tracking  
  4. บันทึกข้อมูลเป็น Electronic Document สามารถใช้ข้อมูลทางการแพทย์ร่วมกัน

    7. ตรวจสอบปริมาณงานได้แบบ Realtime

คุณลักษณะ


     เป็นผลงานที่พัฒนาขึ้นใหม่/ริเริ่มโดยหน่วยงานเอง สามารถแก้ไขปัญหาเดิมได้    มีการใช้ Patient Wristband Tracking Identification เป็น Version รพ.ระยอง  แต่การสร้าง Application NAH 2T safety  ออกแบบโดยทีมแพทย์และทีมพยาบาลห้องฉุกเฉิน รพ.ค่ายฯ ออกแบบการคัดกรองผู้ป่วยตามระดับ ESI ดัชนีความรุนแรงในกรณีฉุกเฉินเป็นอัลกอริธึม การคัดแยกห้องฉุกเฉิน 5 ระดับ  รพ.พัฒนา Triage AI  โดยใช้ NAH-ESI logic  ที่รวม Suspected Sepsis จากคัดกรองด้วย NAH Sepsis screening เข้าเป็น ESI 2  Triage AI จะกำหนดให้ประเมินเรียงตามระดับความรุนแรง 1ถึง 5  ไม่ให้ข้ามขั้นตอน  โดยที่ Triage AI หน้าแรกจะเป็นการคัดแยก ESI 1 ด้วย Critical value Critical checklist  โดยบังคับเลือกและลงข้อมูลเรียงตามระบบที่สำคัญ  การใช้ Triage AI ช่วยให้ทุกคนสามารถคัดแยกได้อย่างแม่นยำ แก้ปัญหาบุคลากรที่มีความรู้ความชำนาญไม่เท่ากัน  ระบบ 2T มี Auto Fast Track Alert  มีระบบ ESI Time Countdown จับเวลาการเริ่มดูแลรักษาผู้ป่วยแต่ละประเภท หลังจากได้รับการคัดแยก  เพื่อควบคุมให้ผู้ป่วยแต่ละประเภทได้รับการรักษาตามเวลาที่มาตรฐานกำหนด  ทราบ Realtime Location Tracking  มีการ Scan Wristband ตรวจสอบข้อมูลผู้ป่วยผ่าน Application NAH 2T safety บนมือถือ และ Mobile computer เพื่อดูรูป และข้อมูลผู้ป่วย  เพื่อระบุตัว Identify ผู้ป่วยก่อนทำหัตถการทุกครั้ง   Application มีระบบรายงานสามารถรายงานเป็น Medical Document รวมถึงสามารถดึงข้อมูลต่างๆ  ออกมาเป็น file excel  นำไปวิเคราะห์ และวิจัยคุณภาพการดูแลผู้ป่วย ลดเวลาการเขียนเวชระเบียน ส่งเสริมการใช้ข้อมูลต่างๆร่วมกัน   

ข้อมูลอื่น ๆ


     ด้านความปลอดภัยของผู้รับบริการ

     สามารถสร้างความปลอดภัยให้แก่ผู้รับบริการตามาตรฐานการดูแลผู้ป่วยปลอดภัย Patient Safety Goal และ 9 มาตรฐานสำคัญจำเป็นของสถาบันรับรองคุณภาพ (องค์การมหาชน) ทั้งด้านกระบวนการดูแล (Process) ได้แก่ การระบุตัวผู้ป่วยถูกต้อง และEmergency Respone : ER Safety  การคัดแยกผู้ป่วยได้ถูกต้อง รวดเร็ว

1)อัตราการระบุตัวผู้ป่วยถูกต้อง 100% 2) อัตราการคัดแยกผู้ป่วยตามเกณฑ์ ESI ถูกต้อง=82.2%  3) อัตราการคัดกรองผู้ป่วย Over Triage=14.3% และ 4) อัตราการคัดกรองผู้ป่วย Under Triage=3.5%

     ด้านการเข้าถึงบริการของผู้รับบริการ

     ผู้ป่วยได้รับการดูแลที่ถูกต้อง รวดเร็วขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยที่มีภาวะคุกคามชีวิตในกลุ่ม ส่งผลให้ระยะเวลาการเข้าถึงในกลุ่มผู้ป่วยที่มีภาวะคุกคามชีวิตภายในเวลา 4 นาทีได้ 100% และกลุ่มผู้ป่วย traumaรุนแรง, STEMI, Stroke , Sepsis, Heat stroke เป็นต้น ภายในเวลา 10 นาทีได้ 90%

     ด้านประสิทธิภาพ

     สามารถลดการใช้ทรัพยากรทั้งบุคลากร เวลา และทรัพยากร ตามผลลัพธ์ดังนี้ 1) ลดการใช้กระดาษและการPrintสติ๊กเกอร์ 2 แผ่น ต่อคน หลังการใช้ 2T Safety in ER สามารถลดค่าใช้จ่ายได้เดือนละประมาณ 1,500 บาท /เดือน และยังเป็นการช่วยลดโลกร้อนอีกด้วย 2) ลดระยะเวลาการบันทึกเวชระเบียนในผู้ป่วยที่รับป่วยที่ใช้เวลาบันทึก 20 นาทีต่อราย ทำใหมีเวลาไปดูผู้ป่วยรายอื่นได้เพิ่มขึ้น

     ด้านความพึงพอใจของผู้รับบริการ

  1. สามารถลดความผิดพลาดด้านการสื่อสาร ลดการตัดสินใจของมนุษย์ที่ผิดพลาด (Human error) พยาบาลรู้สึกsafety และยังเหมาะสำหรับพยาบาลใหม่ซึ่งมีระบบที่คอยช่วยตัดสินใจช่วยให้ผู้ป่วยอยู่ถูกกลุ่มมากขึ้นผลลัพธ์ อัตราความพึงพอใจของบุคลากรต่อการใช้ 2T Safety in ER = 86.7%