เข้าชม 260 ครั้ง
ปรับปรุงครั้งที่ / (วันที่ 29 ก.พ. 67 )
นำมาใช้งาน พ.ศ. 2566
ผู้พัฒนา : ร้อยเอก ธนัญชัย จวบประสพ
เบอร์โทร : 065-4949414
อีเมล์ : [email protected]
โปรแกรมการป้องกันกลิ่นเท้าโดยการประยุกต์ใช้แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพและแรงสนับสนุนทางสังคมของทหารกองประจำการ สังกัดมณฑลทหารบกที่ 35 จังหวัดอุตรดิตถ์
โปรแกรมการป้องกันกลิ่นเท้า, ทหารกองประจำการ, แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ, แรงสนับสนุนทางสังคม
คุณสมบัติ
กลิ่นเท้า (Bromodosis) หรือสภาวะที่เท้ามีกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ สาเหตุหลักมาจากการสะสมของเหงื่อและแบคทีเรีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบคทีเรียที่พบบริเวณผิวหนัง เช่น Brevibacterium, Micrococcaceae, Corynebacterium นอกจากนี้ยังพบแบคทีเรียบางชนิด ที่สามารถย่อยสลายสารในเหงื่อแล้วเกิดเป็นกรดอะมิโนที่มีกลิ่น เช่น Staphylococcus epidermidis เป็นต้น สอดคล้องกับการศึกษาของ Ara et al. (2006) กล่าวถึงการเกิดกลิ่นเท้าอันไม่พึงประสงค์ที่มีความสัมพันธ์กับเชื้อแบคทีเรียเท้าโดยกล่าวว่ากลิ่นเท้าเกิดจากสารประกอบอินทรีย์ที่หลั่งจากต่อมเหงื่อและต่อมไขมันถูกย่อยสลายเป็นกรดไขมันต่ำที่สามารถระเหยได้ เช่น Isovaleric acid โดยแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในผิวหนัง นอกจากนี้การศึกษายังได้ตรวจพบ Bacillus ในปริมาณที่สูงในบุคคลที่มีกลิ่นเท้ารุนแรง ซึ่งกลิ่นเท้าที่รุนแรงมีความสัมพันธ์กับการเพิ่มขึ้นของแบคทีเรียและถือเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อปริมาณ Isovaleric acid จนถึงระดับที่ไม่พึงประสงค์
ทหารสังกัดมณฑลทหารบกที่ 35 ส่วนใหญ่สวมรองเท้าตามเครื่องแบบทหาร 5 วัน/สัปดาห์ แต่ละครั้งเฉลี่ยนานถึง 7.95ชั่วโมง (SD = 3.45) ต้องสวมรองเท้าเพื่อปฏิบัติงานเป็นเวลานานโดยเฉพาะอย่างยิ่งในทหารกองประจำการประสบปัญหากลิ่นเท้าสูงที่สุด (ร้อยละ 96.80) เนื่องจากภารกิจส่วนใหญ่ต้องยืนทำงานเป็นเวลานาน (ร้อยละ 48.40) ต้องฝึกปฏิบัติภารกิจหรือกิจกรรมกลางแจ้ง (ร้อยละ 29.00) ส่งผลทำให้มีเหงื่อออกบริเวณที่เท้าในปริมาณมาก (ร้อยละ 31.06) ส่งเสริมการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ผลการสำรวจการรับรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพเท้า พบว่าทหารกองประจำการได้รับความรู้จากการสืบค้นข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตด้วยตนเองแต่ยังไม่เคยได้รับความรู้ผ่านการอบรม/ถ่ายทอดจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง และหากไม่มีการดูแลสุขอนามัยเท้าที่เพียงพอก็จะทำให้เกิดปัญหากลิ่นเท้าในที่สุด (Fort Pichaidaphak hospital, 2020) ปัญหากลิ่นเท้าในทหารกองประจำการ สังกัดมณฑลทหารบกที่ 35แม้จะเป็นปัญหาที่มีความรุนแรงอยู่ในระดับน้อยถึงปานกลางแต่ผลการสำรวจแสดงให้เห็นถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งต่อทหารกองประจำการและบุคคลรอบข้าง ทำให้ปฏิบัติงานได้ไม่เต็มที่ มีความกังวลเกี่ยวกับกลิ่นเท้า จนอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต เกิดเป็นความเครียดและปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพตามมา หากไม่มีการป้องกันและดูแลเท้าอย่างถูกวิธีสามารถพัฒนาเกิดเป็นโรคผิวหนังได้ ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ คุณภาพชีวิตทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตของทหารทั้งในยามปกติและในยามสงคราม ดังนั้นจึงควรได้รับการแก้ไขเพื่อให้เกิดพฤติกรรมในการป้องกันกลิ่นเท้าที่เหมาะสม
คุณลักษณะ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการป้องกันกลิ่นเท้าโดยประยุกต์ใช้แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพและแรงสนับสนุนทางสังคม กลุ่มตัวอย่างเป็นทหารกองประจำการ มณฑลทหารบกที่ 35 จังหวัดอุตรดิตถ์ จำนวน 60 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 30 คน ระยะเวลาในการทดลอง 8 สัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ โปรแกรมการป้องกันกลิ่นเท้า แบบประเมิน แบบบันทึกและแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบที
ผลการวิจัยพบว่า 1) กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับกลิ่นเท้า การรับรู้ตามแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ แรงสนับสนุนทางสังคม และพฤติกรรมการป้องกันกลิ่นเท้าหลังการทดลองสูงกว่าก่อนทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับกลิ่นเท้า การรับรู้ตามแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ แรงสนับสนุนทางสังคม และพฤติกรรมการป้องกันกลิ่นเท้า สูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) กลุ่มทดลองมีเชื้อแบคทีเรียที่เท้าลดลงมากกว่าก่อนทดลอง ร้อยละ 50.00 4) กลุ่มทดลองมีความพึงพอใจหลังได้รับโปรแกรมฯ อยู่ในระดับมากที่สุด แสดงให้เห็นถึงโปรแกรมการป้องกันกลิ่นเท้าสามารถเพิ่มความรู้และเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเพื่อการป้องกันกลิ่นเท้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ไฟล์ดาวน์โหลด ดาวน์โหลดไฟล์ทั้งหมด
