เข้าชม 245 ครั้ง


ปรับปรุงครั้งที่ / (วันที่ 13 ส.ค. 67 )


นำมาใช้งาน พ.ศ. แหล่งทุนงบผลิตแพทย์เพิ่ม


การใช้งาน 4-5 ครั้งต่อเดือน (OPD Hemato)


ครอบคลุมใช้ในกระบวนการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด


ผู้พัฒนา : พันโท ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์อภิชาติ โพธิอะ, พันโทหญิง ปุณยนุช จินดาธรรมานุสาร, พันตรีหญิง รัตนา
เบอร์โทร : โทรศัพท์ 02-644-4130 มือถือ 081-700-6625
อีเมล์ : [email protected]


การประเมินประสิทธิภาพของการใช้ “แผ่นงานติดตามการรักษา” ในผู้ป่วยเด็กโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย Evaluation of the efficacy of “treatment workflow sheet” among children with thalassemia

OPD card, treatment work flow sheet, ธาลัสซีเมีย

คุณสมบัติ


โรคโลหิตจางธาลัสซีเมียเป็นโรคพันธุกรรมทางโลหิตวิทยาที่เกิดจากความผิดปกติในการสังเคราะห์ ฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นโปรตีนสำคัญในเม็ดเลือดแดงโดยเป็นตัวนำออกซิเจนจากปอดไปยังอวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่างกาย ผู้ป่วยโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียมียีนที่ผิดปกติ ทำให้สร้างโปรตีนโกลบิน (globin) ไม่ได้หรือสร้างได้น้อยลง ผลทำให้เม็ดเลือดแดงมีพยาธิสภาพขาดความยืดหยุ่นและจะถูกม้ามจับทำลาย ผู้ป่วยที่เป็นโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียมีอาการซีดและตาเหลือง อายุ ตับโต ม้ามโต ถ้ามีอาการมากจะเติบโตไม่สมอายุ การแบ่งชนิดของผู้ป่วยธาลัสซีเมีย แต่เดิมแบ่งผู้ป่วยเป็น thalassemia major และ thalassemia intermedia แต่ปัจจุบันแบ่งตามการให้เลือดเป็น 2 กลุ่มคือชนิดจำเป็นต้องพึ่งพาการให้เลือดเรียกว่า Transfusion-dependent thalassemia (TDT) และกลุ่มที่ไม่พึ่งพาการให้เลือดหรือ Non-transfusion-dependent thalassemia (NTDT)1,2 ในผู้ป่วยธาลัสซีเมียชนิดจำเป็นต้องพึ่งพาการให้เลือด ผู้ป่วยจะต้องมาพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอเพื่อติดตามอาการทางคลินิก ส่งเลือดตรวจหาระดับฮีโมโกลบินและฮีมาโตคริท และตรวจระดับ ferritin เพื่อประเมินธาตุเหล็กสะสม รวมถึงให้เลือดแดง โดยจะต้องมาทุก 2-4 สัปดาห์3

ด้วยเหตุนี้ การดูแลผู้ป่วยธาลัสซีเมียที่มารับการตรวจรักษาที่ห้องตรวจโรคผู้ป่วยนอก จึงมีความเกี่ยวข้องกับบุคลากรในหลากภาคส่วน ได้แก่ เจ้าหน้าที่ลงทะเบียน พยาบาล ผุ้ช่วยพยาบาล นักเทคนิคการแพทย์ เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการ และแพทย์ผู้รักษา ทำให้การสื่อสารและการประสานงานระหว่างบุคลากรในแต่ละสายงานมีความคลาดเคลื่อนและล่าช้าในบางครั้ง ทั้งนี้ หน่วยโลหิตวิทยาและมะเร็งวิทยา กองกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ได้จัดทำ “แผ่นงานติดตามการรักษา” ในผู้ป่วยเด็กโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย ตั้งแต่ปี 2566 เพื่อเป็นสื่อกลางในการแบ่งปันข้อมูลผู้ป่วยในด้านต่างๆ โดยมุ่งหวังเพื่อพัฒนาการให้บริการ และลดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการประสานงานระหว่างบุคลากรที่เกี่ยวข้องในการดูแลรักษาผู้ป่วย

การทำแผ่นงานการรักษาที่เป็นระบบ การสร้าง workflow ที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการใช้ medical scribe ที่ดี จากการศึกษาของ Annette F. Carlisle และคณะ4 พบว่าจะช่วยลดระยะเวลาใน OPD clinic เพิ่มความพึงพอใจ และลดอาการ burnout ของแพทย์ผู้รักษาได้อีกด้วย นอกจากนั้น การมี medical workflow ที่ดี ทำให้สามารถบันทึกทุกอย่างได้ นำไปถึงการเอาข้อมูลทั้งหมดมาใช้ในการวิเคราะห์หาจุดบกพร่องเพื่อใช้พัฒนาต่อยอดได้อีกด้วย5 ซึ่งสามารถนำมาวิเคราะห์ได้อย่างทันท่วงที (real time) เพื่อสามารถพัฒนาและลดจุดบกพร่องที่อาจเกิดจาก workflow และสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างทันที6,7

โครงการวิจัยนี้ จึงเป็นการประเมินประสิทธิภาพของ “แผ่นงานติดตามการรักษา” ในผู้ป่วยเด็กโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย โดยได้มีการประยุกต์และได้แนวคิดมาจากการดูแลผู้ป่วยต่อเนื่อง8 โดยนำข้อมูลความพึงพอใจและความมั่นใจในการให้การดูแลรักษาผู้ป่วยที่บุคลากรในหน่วยโลหิตวิทยาและมะเร็งวิทยา กองกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ได้ประเมินไว้ก่อนหน้า มาวิเคราะห์และสรุปผล

คุณลักษณะ


เพื่อประเมินประสิทธิภาพของ “แผ่นงานติดตามการรักษา” ในผู้ป่วยเด็กโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย โดยนำข้อมูลความพึงพอใจและความมั่นใจในการให้การดูแลรักษาผู้ป่วยที่บุคลากรในหน่วยโลหิตวิทยาและมะเร็งวิทยา กองกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ได้ประเมินไว้ก่อนหน้า มาวิเคราะห์และสรุปผล

ข้อมูลอื่น ๆ


ทราบถึงประสิทธิภาพของ “แผ่นงานติดตามการรักษา” ในผู้ป่วยเด็กโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย รวมถึงแนวทางการปรับปรุง “แผ่นงานติดตามการรักษา” ในอนาคต