เข้าชม 1194 ครั้ง
ปรับปรุงครั้งที่ / (วันที่ 27 ต.ค. 65 )
ผู้พัฒนา : พ.ท.เลอปรัชญ์ มังกรกนกพงศ์
เบอร์โทร : 0894229116
อีเมล์ : [email protected]
ระบบตรวจสอบใบรับรองแพทย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Certificate)
คุณสมบัติ
จุดเริ่มต้นเกิดจาก พ.ท. เลอปรัชญ์ มังกรกนกพงศ์ ซึ่งมีประสบการณ์การไปเป็นกรรมการแพทย์ตรวจเลือกทหารหลายครั้ง เห็นถึงปัญหาและคิดแนวทางการพัฒนาขึ้นมา โดยปรึกษากับทีมสารสนเทศ รพ.ค่ายสุรศักดิ์มนตรี (นายกฤษณะศักดิ์ กันธะรส, นายจักรพันธ์ รุ่งเรืองศรี) เพื่อวางแผนทำระบบตรวจสอบใบรับรองแพทย์ อิเล็กทรอนิกส์ (e-Certificate) และขออนุญาตผู้อำนวยการรพ.ค่ายสุรศักดิ์มนตรี (พันเอกณัฐนนท์ ภุคุกะ) เริ่มต้นทดลองระบบสารสนเทศที่โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรีก่อน ต่อมาระบบคงที่แล้วจึงได้ปรึกษาแพทย์ใหญ่กองทัพภาคที่ 3 (พลตรีวุฒิชัย อิสสระ) และแม่ทัพภาคที่3 (พลโทวิจักขฐ์ สิริบรรสพ) ได้อนุญาตให้นำผลงานไปใช้ในบุคลากรที่ปฏิบัติงานในคณะกรรมการแพทย์ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 จำนวน 17 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดพะเยา จังหวัดลำปาง จังหวัดลำพูน จังหวัดแพร่ จังหวัดน่าน จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดตาก จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดพิจิตร จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดสุโขทัย จังหวัดกำแพงเพชร และจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อระบบได้รับการปรับปรุงจนคงที่ดีแล้วจึงนำมาใช้ทั้งประเทศโดยความเห็นชอบจากกรมแพทย์ทหารบกตั้งแต่ พ.ศ.2561 จนถึงปัจจุบัน
ภายหลังการใช้ระบบตรวจสอบใบรับรองแพทย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Certificate) ในกองทัพภาคที่ 3 ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นจากผู้ใช้งานระบบดังกล่าว ผลที่สำคัญคือพบว่าผู้ใช้งานระบบมีพฤติกรรมการใช้คอมพิวเตอร์โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.33 (SD=0.571) ประกอบด้วย 2 ด้าน พบว่า 1) ผู้ใช้งานระบบมีความสามารถในการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.27 (SD=0.548) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อปรากฏว่า สามารถใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์/คอมพิวเตอร์ได้ และสามารถใช้อุปกรณ์ร่วมกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์/คอมพิวเตอร์ได้ ค่าเฉลี่ย 4.35 (SD=0.647) สามารถตั้งค่าการใช้งานต่างๆ บนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์/คอมพิวเตอร์ ค่าเฉลี่ย 4.26 (SD=0.541) และสามารถใช้หน่วยความจำภายนอกจัดเก็บไฟล์งานเพื่อสำรองได้ ค่าเฉลี่ย 4.13 (SD=0.920) ตามลำดับ และ 2) ความสามารถเกี่ยวกับการใช้อินเตอร์เน็ต โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.39 (SD=0.656) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อปรากฏว่า ผู้ใช้งานระบบมีความรู้เกี่ยวกับการเข้าสู่ระบบอินเตอร์เน็ตและสามารถใช้งานบนอินเตอร์เน็ตเข้าสู่เว็บไซต์ต่างๆ ได้ และสามารถรับส่งข้อมูลและไฟล์งานต่างๆ ทางอีเมล์ได้ ค่าเฉลี่ย 4.39 (SD=0.656)
ด้านการยอมรับนวัตกรรม e-Certificate โดยรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.93 (SD=0.432) ประกอบด้วย 5 ด้าน ดังนี้
- ด้านความรวดเร็ว โดยรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.85 (SD=0.629) มีความรวดเร็วในการสั่งการ และดำเนินการอย่างเหมาะสม ค่าเฉลี่ย 3.87 และมีความรวดเร็วในการเข้าใช้อย่างเหมาะสม ค่าเฉลี่ย 3.83
- ด้านความสะดวก โดยรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.96 (SD=0.485) มีความสะดวกในการเข้าใช้มากกว่าระบบแมนนวล ค่าเฉลี่ย 4.04 มีความง่ายในการเข้าใช้ ค่าเฉลี่ย 3.96 และมีความสะดวกในการเข้าใช้อย่างเหมาะสม ค่าเฉลี่ย 3.87
- ด้านความเชื่อมั่นต่อระบบ โดยรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.96 (SD=0.485) มีการใช้ความเชื่อมั่นในการพัฒนาการทำงาน ค่าเฉลี่ย 4.04 มีการเก็บข้อมูลอย่างปลอดภัย และมีการสร้างความเชื่อมั่นในการเข้าใช้ ด้วยระบบรักษาความปลอดภัย ค่าเฉลี่ย 4
- ด้านการตอบสนองของระบบ โดยรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.98 (SD=0.593) มีความเสถียรต่อการทำงาน ค่าเฉลี่ย 4 และทำให้เกิดการตอบสนองทำงานได้รวดเร็วขึ้น ค่าเฉลี่ย 3.96
- ด้านความพึงพอใจ โดยรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.91 (SD=0.605) มีคุณภาพในการตรวจสอบ ค่าเฉลี่ย 4 มีประโยชน์ ค่าเฉลี่ย 3.96 และมีความพึงพอใจต่อระบบ ค่าเฉลี่ย 3.78
มีการเปรียบเทียบผลผลิตก่อนหลัง 2 ประเภท คือ 1.ระยะเวลารอคอยของผู้รับบริการลดลง จาก 10-30นาที คงเหลือ 1 นาที และ 2.การตรวจสอบเจอใบรับรองแพทย์ปลอม พบว่า ในปีแรกที่เริ่มใช้ระบบe-Certificate สามารถตรวจพบใบรับรองแพทย์ปลอมและมีการดำเนินคดี ในปีถัดๆไปไม่พบใบรับรองแพทย์ปลอมเนื่องจากระบบe-Certificateเป็นการป้องปรามมิจฉาชีพ
ข้อมูลอื่น ๆ
การเกณฑ์ทหารเป็นกฎหมายตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในการเกณฑ์ทหาร (การตรวจเลือกคนเข้ากองประจำการ) บุคคลที่จะเข้ามาเป็นทหารทั้งหมดประมาณ 500,000 คน ต้องการกำลังพลประมาณ 100,000 คนเท่านั้น จึงได้จัดบุคคลออกมาเป็น 4 จำพวก แพทย์ทหารซึ่งเป็นคณะกรรมการและเป็นสมาชิกของการคัดเลือกที่ต้องออกไปปฏิบัติหน้าที่ร่วมกัน มีหน้าที่ตรวจร่างกาย เพื่อดูความผิดปกติของผู้ที่เข้ารับการเกณฑ์ทหารทุกคน ซึ่งความเห็นของแพทย์เป็นข้อมูลสำคัญที่จะช่วยให้ทีมคัดเลือกสามารถเลือก ชายไทยที่มีร่างกายแข็งแรง เหมาะสมให้เข้ารับการฝึกอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ในแต่ละหน่วยคัดเลือกจะมีชายไทยเข้ารับการตรวจคัดเลือกโดยประมาณวันละ 300-1000 คนต่อวัน (มีแพทย์ประจำหน่วยจำนวน 1 นาย) อาจทำให้การตรวจร่างกายให้ได้ครบถูกต้องเป็นไปโดยยาก ซึ่งการตรวจสอบใบรับรองแพทย์บุคคลประเภท 4 (บุคคลที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเข้ารับราชการทหาร) จำเป็นต้องตรวจสอบความถูกต้องอย่างมาก ดังนั้นจึงมีโอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคบางประเภทที่ไม่แสดงอาการ ทุกปีกองทัพบกจึงรับบริการตรวจโรค “คนจำพวกที่ 4” ให้ก่อนวันคัดเลือกจริง ซึ่งบุคคลเหล่านี้สามารถไปตรวจร่างกายล่วงหน้าได้ที่ “รพ.สังกัดกองทัพบก 20 แห่ง” ทั่วประเทศเท่านั้น
หากคณะกรรมการมีความสงสัยในใบรับรองแพทย์เฉพาะบางราย จะใช้วิธีโทรศัพท์ไปตรวจสอบโดยตรง ณ รพ.สังกัดกองทัพบกที่ออกใบรับรองแพทย์นั้นๆ ซึ่งในบางครั้งมีความผิดพลาดในการตรวจสอบใบรับรองแพทย์ได้ จึงเป็นที่มาของการพัฒนาในครั้งนี้เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานผ่านระบบดิจิทัลอย่างรวดเร็ว ง่ายในการตรวจสอบและเข้าถึงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ระบบตรวจสอบใบรับรองแพทย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Certificate) เป็นส่วนหนึ่งทฤษฏีการตรวจสอบสามเส้า (triangulation) โดยใช้วิธีตรวจสอบโดยใช้แหล่งข้อมูลที่ต่างกัน คือ 1.แหล่งข้อมูลใบรับรองแพทย์ที่ผู้ที่เข้ามารับการตรวจคัดเลือกทหารนำมาสำแดง 2.แหล่งข้อมูลรายชื่อบุคคลจำพวกที่4 จากส่วนกลาง และ 3.แหล่งข้อมูลระบบตรวจสอบใบรับรองแพทย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Certificate) จากทฤษฎีเมื่อแหล่งข้อมูล 3 แหล่งมีข้อมูลผลลัพธ์ตรงกันจึงทำให้ข้อมูลที่ได้มีความน่าเชื่อถือมาก อีกทั้งยังสัมพันธ์กับนโยบาย รพ.คุณธรรม และนโยบายชาติในการปราบปรามทุจริต โดยใช้ “นโยบาย 4 ป.” คือ 1) ด้านการป้องปราม 2) ด้านการปราบปราม 3) ด้านการปลูกจิตสำนึก และ 4) ด้านการประชาสัมพันธ์
ผู้ใช้งานระบบตรวจสอบใบรับรองแพทย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Certificate) เป็นแพทย์ทุกคน ปัจจัยด้านอายุ และระดับการศึกษาที่แตกต่างกัน รวมถึงความสามารถเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้งานคอมพิวเตอร์ ไม่มีผลต่อการยอมรับนวัตกรรมของผู้ใช้งานระบบตรวจสอบใบรับรองแพทย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Certificate) ดังนั้นเมื่อมีการจัดการอบรมการใช้งานระบบตรวจสอบใบรับรองแพทย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Certificate) จึงไม่จำเป็นต้องจัดการอบรมคอมพิวเตอร์ควบคู่
การปรับปรุงการบริการจนเกิดการบูรณาการข้อมูล มีความสำเร็จระดับประเทศ จากที่มีการพัฒนาระดับจังหวัด ขยายระดับภูมิภาค และขยายเป็นระดับประเทศในที่สุด มีการบูรณาการร่วมกันหลายหน่วยงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพจากการบริการ ลดระยะเวลา ลดขั้นตอนลง อย่างสำคัญ โดยเปลี่ยนจากการตรวจสอบใบรับรองแพทย์แบบดั้งเดิม (manual) เป็นระบบตรวจสอบใบรับรองแพทย์อิเล็กทรอนิกส์ (แบบดิจิทัล) แนวคิดคือจากเดิมต้องใช้บุคคลตรวจสอบเป็นรายๆไปซึ่งมีปัญหาและเวลาในการตรวจสอบ กลายเป็นการทำงานอย่างเป็นระบบฐานข้อมูล รวดเร็ว เป็นที่น่าเชื่อถือ
ในช่วงโควิดระบาด ตั้งแต่ พ.ศ.2563 จะเห็นได้ว่าการบูรณาการนี้ มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับการตรวจคัดเลือกทหารที่ผ่านมา ทำให้เกิดความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น มีการพัฒนาระบบฯเพิ่มเติมโดยนำข้อมูลดิจิทัลจากระบบตรวจสอบใบรับรองแพทย์อิเล็กทรอนิกส์ แบ่งตามพื้นที่ได้ถึงระดับอำเภอแต่ละอำเภอที่กรรมการแพทย์เข้าไปตรวจคัดเลือกได้ล่วงหน้าก่อนวันคัดเลือกทหาร เมื่อผู้เข้ารับบริการแสดงตัวในวันตรวจคัดเลือกระยะเวลารอคอยจะลดลงจากเอกสารที่เตรียมไว้ให้ผู้รับบริการแล้ว ทำให้ลดความแออัดของผู้รับบริการลง
ในแง่ผลลัพธ์ต่อผู้รับบริการและญาติ พบว่ามีความพึงพอใจทั้งหมดร้อยละ 98 ผู้รับการบริการมีการให้ข้อเสนอแนะอยากให้ทำแบบเดียวกันนี้กับหน่วยราชการอื่น ในแง่ความถูกต้องยุติธรรม และความสะดวกรวดเร็ว
อีกทั้งเมื่อนำไปวิเคราะห์ความเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ขององค์การสหประชาชาติ พบว่าผลงานเข้าได้กับเป้าหมายที่ 10 (ลดความเหลื่อมล้ำ) และ เป้าหมายที่16 (สังคม สงบสุข ยุติธรรมไม่แบ่งแยก)
